บันทึกบทความไว้อ่านภายหลังเรียบร้อย

#Review แบ่งปันเลือดชั่วสู่สังคม (บริจาคเลือด)

เผยแพร่แล้ว เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2561 - 23:30 น.
AA 131

          สวัสดีค่ะทุกคน วันนี้แอมจะมารีวิวการไปบริจาคเลือดนะคะ จริง ๆ ไม่ใช่รีวิวหรอกค่ะ ออกแนวเล่าให้ฟังเสียมากกว่า แต่ในเมื่อมันเป็นบล็อกรีวิวแล้ว ก็ขอเอาให้สุดเสียหน่อย อิอิ
          ถ้าใครติดตามเพจ Nat'am ก็จะรู้ว่าเมื่อประมาณสองเดือนก่อนแอมเคยเปิดกิจกรรม "แบ่งปันเลือดชั่วสู่สังคม" มาแล้ว แต่ไม่ได้รีวิว (ฮา) เผอิญว่าตอนนั้นเลือดจางไปนิดหน่อยเลยทำให้บริจาคไม่ได้ อีกหนึ่งอาทิตย์ต่อมาถึงได้รู้ว่า อ่อ วันเบา ๆ ที่มาหนักกำลังจู่โจมนี่เอง
          รูปที่เอามานี่เขาปรับปรุงห้องเลือดใหม่ค่ะ ข้างในไฉไลกว่าเดิม มีบริการทีวีให้ดูด้วย (หมอตรงจุดตรวจก็น่ารักใช่ย่อยเลยค่ะ อิอิ)

สามารถโหลดใบสมัครได้ โดยการกดที่รูปภาพเลยนะคะ
สามารถโหลดใบสมัครได้ โดยการกดที่รูปภาพเลยนะคะ

          ก่อนอื่นเลยเมื่อเข้าไปถึงแล้วก็ต้องกรอกรายละเอียดตามใบสมัครเลยค่ะ ใครที่พึ่งบริจาคเป็นครั้งแรกให้เช็คถูกที่ช่อง ผู้บริจาคโลหิตครั้งแรก นะคะ ส่วนในช่องของกรุ๊ปเลือดนั้น ถ้าหากว่าไม่แน่ใจก็ลองขอเจ้าหน้าที่เช็คให้อีกรอบได้ค่ะ 

          แต่ก่อนของก่อนที่เราจะมาบริจาคเลือดนั้น อย่างแรกเลยคือต้องพักผ่อนอย่างน้อย 6 ชั่วโมง ก่อนมาบริจาค เคยเห็นหลายคนอยากที่จะบริจาคแต่ว่านอนไม่พอ เลยทำให้เลือดลอยหรือเลือดจางได้ค่ะ โดยค่าเฉลี่ยของเลือดที่สามารถบริจาคได้นั้น ถ้าเป็นผู้หญิงจะอยู่ที่ 12.50 ขึ้นไปนะคะ และผู้ชายจะอยู่ที่ 13.50 ขึ้นไปค่ะ ครั้งนี้แอมวัดได้ 13.40 (ก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าเขาเรียกหน่วยของเลือดว่าอะไร ฮา)
          ทานอาหารก่อนมาอย่างน้อย 1-2 ชั่วโมงค่ะ บางคนเข้าใจผิดคิดว่า มาบริจาคเลือดควรงดข้าวน้ำตั้งแต่สองทุ่ม ซึ่งเป็นความคิดที่ผิดนะคะ เรามาบริจาคเลือด ไม่ได้มาตรวจโรคค่ะ (เคสนี้เคยมีเพื่อนของรุ่นน้องฝากมาถามค่ะ แต่น้องเข้าใจผิดไป เวลาแอมไปบริจาคเลือดทุกครั้ง แม้ว่าเลือดจะไม่จางหรือลอยแล้วนั้น เจ้าหน้าที่มักถามเสมอค่ะว่า ทานข้าวมาหรือยังครับ ) และเคยมีพี่คนนึงที่แอมรู้จักเล่าประสบการณ์ที่เข็ดหลาบกับการบริจาคเลือดให้ฟังว่า วันนั้นเขาไม่ได้ทาข้าวไป และเข้าไปบริจาคเลือดตอนท้องว่าง ปรากฏว่าหน้ามืด ช็อคและหมดสติไป เห็นบอกว่าหัวฟาดพื้นด้วยดีที่ไม่เป็นอะไรมาก ไม่อย่างนั้นคงเลี้ยงไม่โต เพราะฉะนั้นอย่าลืมทานข้าวไปด้วยนะคะ 
          สำหรับคุณผู้หญิงที่อยากบริจาคแต่อยู่ในช่วงประจำเดือนมานั้น แนะนำว่ารอให้ประจำเดือนหมดก่อนสักหนึ่งอาทิตย์แล้วค่อยไปบริจาคดีกว่านะคะ เพราะช่วงนั้นเป็นช่วงที่เรากำลังเสียเลือดไป หากจะเสียเลือดอีกก็ใช่ที่ แล้วก็ก่อนมีประจำเดือนหนึ่งอาทิตย์ ก็อย่าพึ่งไปนะคะ เพราะแอมไปมาแล้วเลือดไม่ผ่านค่ะ ตอนนั้นรู้สึกเครียดมากเพราะเจ้าหน้าที่บอกว่าเลือดจางครับ ตอนนั้นวัดได้ 12.00 ค่ะ เลยอดบริจาคเลย แถมยังได้ยาบำรุงเลือดมาเพิ่มอีก 1 แผง (10 เม็ด) เนื่องจากว่าช่วงนั้นเห็นข่าวในสื่อโซเชี่ยลเกี่ยวกับคนที่บริจาคเลือดแล้วเลือดจางบวกกับแอมเป็นมังสวีรัติ มีคนบอกว่าเลือดจางเพราะกินผัก เลยเครียดใหญ่เลยค่ะ แต่ก็ผ่านมันมาได้ (ฮา)

ใบสมัครสำหรับเด็กอายุ 17 ปี ต้องขออนุญาตผู้ปกครองก่อนนะจ๊ะ
ใบสมัครสำหรับเด็กอายุ 17 ปี ต้องขออนุญาตผู้ปกครองก่อนนะจ๊ะ

         สำหรับน้อง ๆ ที่มีอายุ 17 ปีขึ้นไป อยากที่จะบริจาคเลือดก็สามารถทำได้เหมือนกันนะคะ เพียงแต่ว่าเอาใบที่แอมแนบมานี้ไปขออนุญาตคุณพ่อคุณแม่หรือผู้ปกครองที่บ้านนิดนึงค่ะ อย่างน้อยก็ให้ท่านรับรู้หน่อยนะคะ เผื่อว่าคนที่บ้านสนใจจะได้มีเพื่อนมาร่วมบริจาคเยอะ ๆ เพราะว่าเลือดที่เราบริจาคนั้นยังต้องใช้อีกเยอะค่ะ (รู้สึกว่าได้ยินมาแว่ว ๆ ว่า เขาอัพน้ำหนักให้เป็น 50 กิโลกรัม ถึงจะบริจาคได้นะคะ แต่ก็ไม่แน่ใจว่าข่าวเท็จหรือแท้ค่ะ แหะ ๆ)


เล่มสีฟ้านั้น สมุดเช็คว่าเราบริจาคไปกี่ครั้งแล้วนั่นเองค่ะ
เล่มสีฟ้านั้น สมุดเช็คว่าเราบริจาคไปกี่ครั้งแล้วนั่นเองค่ะ

          เมื่อเรากรอกรายละเอียดตามใบสมัครเสร็จแล้ว ก็นำไปยื่นให้กับเจ้าหน้าที่ แล้วก็วัดความดันค่ะ สมุดเล่มสีฟ้านั้นเป็นสมุดที่ไว้ให้เจ้าหน้าที่เช็คว่า เรามาบริจาคครั้งที่เท่าไหร่ แล้วครั้งคือเจ้าหน้าที่ที่ตรวจว่าเราสามารถผ่านการบริจาคได้นั่นเอง

         (จริง ๆ แล้วแอมเข้าใจมาตลอดว่าตัวเองเลือดกรุ๊ปเอ จนกระทั่งไปบริจาคเลือดถึงได้รู้ว่า เปล่าเลยเราเลือดกรุ๊ปโอ พอโทรไปบอกแม่ ก็ช็อคไปตาม ๆ กัน แม่หลอกหนู 5555)


วัดความดันเสร็จก็มาเจาะเลือดดูกันว่าจะผ่านหรือเปล่าน้าาา
วัดความดันเสร็จก็มาเจาะเลือดดูกันว่าจะผ่านหรือเปล่าน้าาา

          สมัยที่แอมไปบริจาคเลือดครั้งแรก เขาจะเจาะแล้วหยดเลือดเราลงไปในสารเคมีอะไรสักอย่าง เป็นสีฟ้าคล้ายแอลกอฮอค่ะ ถ้าจมคือผ่าน แต่ถ้าจมช้าก็น่าจะไม่ได้บริจาคนะคะ (ฮา) แต่ปัจจุบันนี้ แค่เจาะเลือดแล้วเอาเลือดเข้าเครื่องแปบเดียวรู้เลยค่ะว่าเลือดเราจางหรือไม่ ใช่ได้หรือเปล่า ล้ำไปอีก


ขั้นต่อไปก็เตรียมขึ้นเขียง
ขั้นต่อไปก็เตรียมขึ้นเขียง

          ปกติแล้วถ้าคนเยอะ เจ้าหน้าที่จะมีตะกร้าที่ใส่ สายยาง เข็ม และถุงใส่เลือดให้เราไปยื่นให้เจ้าหน้าที่ที่จุดบริการเจาะเลือดนะคะ แต่แอมไปเช้าก็ไม่ได้ตะกร้าค่ะ (ฮา) เจ้าหน้าที่เอามาให้ถึงที่เลย อยากบอกว่าครั้งนี้เจ้าหน้าที่เจาะไม่เจ็บ และชิวมากกก



          เนื่องจากว่า เอาคลิปลงไม่ได้ เลยต้องเอาไปลงในยูทูปก่อนแล้วถึงจะนำมาแปะในนี้ได้น่ะค่ะ

          ในระหว่างที่บริจาคเลือดอยู่นั้น ก็ได้ถามเจ้าหน้าที่ว่า เลือดที่เราบริจาคไปนั้นต้องเช็คอะไรบ้าง แล้วเลือดของเราที่ออกจากร่างกายมายังถุงอยู่ได้กี่วัน บริจาคเกล็ดเลือดผู้หญิงบริจาคได้มั้ย ในกรณีที่มีคนมาขอรับบริจาคเลือดผ่านทางโซเชียลนั้นต้องส่งไปยังไง กรุ๊ปโอสามารถให้ได้ทุกกรุ๊ปจริงหรือ 

         ผลสรุปก็คือ เลือดที่เราบริจาคไปนั้นต้องตรวจเชื้อซิฟฟิลิส ไวรัสตับอักเสบบี ซี และเอดส์ หากว่ามีเชื้อทางเจ้าหน้าที่ก็จะแจ้งให้ทราบ เลือดที่ออกจากร่างกายแล้วจะอยู่ได้ 30 วันมีน้ำยาควบคุมไว้ เวลานำเลือดออกมาใช้ ก็จะใช้ตามวันเวลาก่อนหลัง เขาจะแปะสติ๊กเกอร์บอกวันผลิต และหมดอายุ แยกหมวดหมู่ตามกรุ๊ปเลือด 
         ในส่วนของการบริจาคเกล็ดเลือดนั้น ส่วนใหญ่เขาจะเน้นผู้ชายเสียส่วนใหญ่ค่ะ อย่างโรงพยาบาลที่แอมไปเขาบอกไว้เลยว่า บริจาคได้เฉพาะผู้ชาย และต้องมีน้ำหนัก 60 กิโลกรัมขึ้นไป เกล็ดเลือดอย่างน้อยต้องมี 250,000 ต้องตรวจทุกครั้งต่ำกว่านี้ไม่ได้

         กรณีที่มีคนมาขอรับบริจาคเลือดนั้น สามารถทำได้ แต่ส่วนใหญ่เขาไม่ให้เลือดข้ามเขต แต่ในทางทฤษฎี มันช่วยก็ช่วยได้ อันนี้มันเป็นแนวทางเฉย ๆ ค่ะ และกรุ๊ปโอที่บอกว่าบริจาคให้คนที่มีกรุ๊ปอื่นได้นั้นก็จริงค่ะ แต่ถ้าเป็นไปได้ก็ควรให้เลือดของกรุ๊ปนั้น ๆ ก่อน เพราะคนไข้อาจจะเกิดอาการช็อคเพราะเลือดผิดกรุ๊ป หรือว่าแพ้เลือดได้ แต่ถ้าหากว่าจำเป็นต้องใช้จริง ๆ ก็ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของหมอค่ะ


สวัสดีเลือดชั่วที่พร้อมแบ่งปันสู่สังคมมม
สวัสดีเลือดชั่วที่พร้อมแบ่งปันสู่สังคมมม

          เมื่อเราให้เลือดเสร็จแล้วเจ้าหน้าที่ก็จะให้เรานั่งพักหรือนอนพักประมาณ 5-10 นาที หรืออาจจะมากกว่านั้น จนกว่าเราจะรู้สึกดีขึ้นค่ะ แต่แอมแปบเดียวก็โอเคแล้วค่ะ อาจจะด้วยน้ำหนักเยอะเลยไม่ค่อยรู้สึกอะไรมังคะ (ฮา)


เสร็จแล้วก็มากินน้ำ ขนม ที่ทางเจ้าหน้าที่เตรียมไว้ให้ได้เลยค่ะ
เสร็จแล้วก็มากินน้ำ ขนม ที่ทางเจ้าหน้าที่เตรียมไว้ให้ได้เลยค่ะ


ยาบำรุงเลือดที่เคยเกลียดในวันนั้น ต้องมาหลงรักในวันนี้
ยาบำรุงเลือดที่เคยเกลียดในวันนั้น ต้องมาหลงรักในวันนี้

          ยาบำรุงเลือดเมื่อได้มาแล้วก็ควรทานให้ครบนะคะ เพราะถ้าไม่ทานให้ครบคั้งต่อ ๆ ไปอาจจะบริจาคไม่ได้ เพราะเลือดจาง มิหนำซ้ำ อาจจะต้องกินมากกว่าเดิมอีกค่ะ เป็นอันเสร็จพิธีเมื่อกินของว่างเสร็จ กลับบ้านได้นั่นเองค่ะ เย่! 
          สุดท้ายนี้แอมจะมาบอกว่า คนที่ทานเจหรือมังสวีรัติบางท่านบอกว่าเมื่อทานไปนาน ๆ เลือดจะจางและไม่สามารถบริจาคได้ แอมว่าถ้าเราออกกำลังกาย และทานผักใบเขียวควบคู่กับผลไม้ที่ให้วิตมินซี น่าจะช่วยได้นะคะ (อันนี้ไปถามคนรู้จักที่ทำงานเกี่ยวกับการบริจาคเลือดมาค่ะ) ส่วนมังสวีรัตินั้น ออกกำลังกาย ดื่มนมและไข่เสริมโปทรตีน ทานผักใบเขียวเสริมธาตุเหล็กค่ะ ถ้าทำตามนี้ แอมเชื่อว่าเราต้องบริจาคเลือดได้แน่ ๆ ค่ะ

           เห็นไหมคะ ว่าการบริจาคเลือดนั้นไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดไว้เลยใช่มั้ยคะ เพราะงั้นเรามาร่วมกัน แบ่งปันเลือดสู่สังคม กันเถอะค่ะ 





ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านและสนับสนุน บล็อกของแอมนะคะ หากมีอะไรผิดพลาด ข้อมูลคาดเคลื่อน ตกหล่นหรือผิดพลาดประการใดสามารถติชม ให้ปรับปรุงแก้ไขได้นะคะ ขอบคุณค่ะ


ความคิดเห็นต่อบทความ

  • ความเห็นบน MagGang(0)

  • ความเห็นบน Facebook()

default avatar
  • sticker1
  • sticker2
  • sticker3
  • sticker4
  • sticker5
  • sticker6
  • sticker7
  • sticker8
  • sticker9
  • sticker10
  • sticker11
  • sticker12
  • sticker13
  • sticker14
  • sticker15
  • sticker16
  • sticker17
  • sticker18
  • sticker19
  • sticker20
ความเห็นล่าสุด
  •  
คัดลอก URL แล้ว

#Review แบ่งปันเลือดชั่วสู่สังคม (บริจาคเลือด)